Skip to content
23/10/2010 / รู้ไว้มีสุข (กิ๊ก)

เห็นกับได้ยินต้องคนละขณะกัน ซึ่งเป็นความรวดเร็วของสภาพธรรม

 เรื่อง การเกิด-ดับของธรรมะ

(การเห็นกับการได้ยิน ต้องคนละขณะกัน)

สนทนาธรรมะ ที่ USA


 
ผู้ถาม                                                                                                     ปกิณณกธรรม แผ่นที่ 4 ตอนที่ 219 นาที ที่ 22.00
ผู้ตอบ อ.สุจินต์
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
สุ         ทั้งวันเนี่ยค่ะ เป็นธรรมะทั้งหมดที่ปรากฏแต่ไม่รู้ว่าเป็นธรรมะ
ถาม    
คือจริงๆทุกอย่าง ในโลกนี้ก็เป็นธรรมะ
สุ        
เป็นเมื่อไรค่ะ
ถาม    
เวลานี้
สุ        
เวลานี้คืออย่างไง     คือเกิดขึ้นจึงปรากฏ       นะคะ
            เมื่อเช้ารับประทานอะไร   เห็นอะไร    คิดอะไร    ขณะนี้ไม่ใช่เมื่อเช้านี้
            เพราะฉะนั้นสภาพธรรมะนี้เกิดดับสืบต่อ   ตั้งแต่เกิดจนตาย  
            เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะคะ
 ถ้าเราไม่ศึกษาโดยละเอียดเนี่ย 
            เราคิดว่าเกิดและก็ตายเท่านั้นเอง  หรือว่า

            จากสุขเป็นทุกข์    จากแข็งแรงเป็นป่วยไข้     เราคิดเพียงแค่นั้น   ว่านี่
            คือการเปลี่ยนแปลง
ตอนที่ 220
            แต่สภาพธรรมะใดที่เกิด จากการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ธรรมะนั้นดับ
            ทันทีที่เกิด และก็ทำหน้าที่ของธรรมะนั้น สั้นๆนิดเดียวแล้วก็ดับ

            //
อย่างเห็นกับได้ยินเนี่ยค่ะ ไม่ใช่ขณะเดียวกันพร้อมกันไม่ได้ // เห็นต้องอาศัยตา
            จักขุปสาทอยู่กลางตา
// ได้ยินเนี่ย ไกลจากตานะคะ มาอยู่ที่หู ใช่ไหมค่ะ
ถาม    
ใช่ค่ะ
สุ        
เพราะฉะนั้นจะเป็นขณะเดียวกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นจิตหนึ่งขณะที่เกิดขึ้น
            ต้องรู้ สิ่งเดียว
            เช่นจิตเห็น ไม่ได้ยิน ไม่ใช่คิดนึก   เป็นคนละจิตซึ่งเกิดดับสืบต่อกัน

ถาม    
แต่อย่างเวลาเราดู TV ในภาพ Show แบบนี้ปุ๊ป แล้วเสียงเราก็ได้ยิน
            ในช่วงเวลาเดียวกัน
สุ        
คนทั่วไปนะคะ ไม่รู้จักจิตและเจตสิกตามความเป็นจริง ไม่รู้ว่าเป็นสภาพธรรมะ
            ไม่รู้ว่าเป็นธรรมะ แต่เมื่อเกิดขึ้นก็คิดว่าเป็นเรา //
แต่ถ้ามีปัญญาจริงๆนะคะ  
            ทุกอย่างที่เกิดแล้วดับ  ตรงไหนเป็นเรา

            เพียงเกิดขึ้น มีลักษณะอย่างนั้นแล้วก็ดับไป
// ความโกรธเกิดขึ้น เปลี่ยนลักษณะไม่ได้
            ต้องขุ่นเคือง ต้องหยาบกระด้าง ลักษณะของโทสะเป็นอย่างนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
            // เพราะฉะนั้นสภาพธรรมะที่มีจริงๆนะคะ   เมื่อเกิดขึ้นปรากฏ

           
ถ้าไม่เกิดขึ้น อยู่ที่ไหน ปรากฎหรือเปล่า
ถาม    
ไม่ปรากฏ
สุ        
เป็นธรรมะหรือเปล่า
ถาม    
เป็น //  ( ตอบผิด )
สุ        
แล้วอยู่ที่ไหนละค่ะ     ไม่เกิด        ถ้าไม่เกิด      ก็คือไม่มี
ถาม    
ฮะ
สุ        
แต่เมื่อใดเกิดขึ้นเมื่อนั้นมีชั่วขณะที่เกิดแล้วปรากฎ นี่คือ สัจจะธรรมะ ทุกขะลักษณะ
            หรือว่าทุกขะอริยะสัจจะ
 ลักษณะไม่เที่ยง เป็นของธรรมดา ของทุกอย่าง เพราะฉะนั้น  
           
ไม่มีเราเลยใช่ไหมค่ะ     จิตเป็นจิต      เจตสิกเป็นเจตสิก    รูปเป็นรูป
ถาม    
ใช่ค่ะ
สุ        
เพราะฉะนั้นเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป
ถาม    
แต่ที่ยกตัวอย่างว่า  TV  เหมือนกับว่า    ท่านอาจารย์เพิ่งบอกว่า
            การได้เห็นกับได้ยินเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ได้

สุ        
ค่ะ เพราะเร็วมากค่ะ เพราะเร็วแสนเร็วจนเหมือนไม่ดับเลย เหมือนไฟเนี่ยค่ะ
            สว่างตลอดเวลา
// หรือแสงเทียนขณะนี้ ก็เหมือนสว่างตลอดเวลานะคะ
            แต่ต้องมีไส้เทียน แต่ละชิ้น   ส่วนย่อยๆ ที่จะทำให้แสงเทียนนี้เกิดขึ้น

ถาม    
ใช่ค่ะ
สุ        
เพราะฉะนั้นแต่ละอันไม่ใช่อันเดียวกัน
ถาม    
เหมือนกับว่า เห็นกับได้ยิน
สุ        
ต้องคนละขณะ
            คนตาบอด   ไม่เห็นใช่ไหมค่ะ

ถาม    
ใช่ค่ะ
สุ         เพราะฉะนั้นเห็น    กับได้ยินเสียงเนี่ย  จะเป็นขณะพร้อมกันไม่ได้

            เพราะว่าเห็นต้องอาศัยตาอยู่ตรงนี้   ค่ะและก็ ได้ยินเนี่ย  อาศัยหูเกิดขึ้นตรงนี้

ถาม    
ใช่ค่ะ
สุ        
และได้ยินก็ได้ยินเฉพาะเสียง จะเห็นด้วยไม่ได้ และเห็นก็
            เห็นแต่สิ่งที่ปรากฏจะได้ยินด้วยไม่ได้
            ถ้าพูดถึงรูปนะคะ เวลาเนี่ยค่ะ เหมือนเป็นแท่งทึบใช่ไหมค่ะ ถูกหรือผิดค่ะ

ถาม    
รูปหรือค่ะ
สุ        
รูปที่กายทั่วทั้งตัวเนี่ย เหมือนเป็นก้อนเป็นแท่งทึบนะคะ
            แต่ความจริงมีอากาศธาตุ แทรกขั้นอย่างละเอียดยิบ และก็เกิดดับ ทุกกลุ่มเล็กๆที่เกิด 
            เพราะ เหตุปัจจัยต่างๆกัน
// เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจเนี่ยมีมาก
           
แต่เมื่อรวมกันแล้ว  ทั้งรูปทั้งก้อน โดยไม่เห็นว่ามีอากาศธาตุแทรกขั้น ก็คิดว่า
            เป็นเราทั้งตัว
// แต่ถ้ารู้ว่าเป็น อ่อนหรือแข็ง  ซึ่งมีอากาศธาตุแทรกขั้นอยู่
            เหมือนกับกองฝุ่นนะคะ  หรือกองผงเนี่ย
มันจะเป็นอะไรได้ 
            นอกจากเป็นจริงอย่างนั้น 
            // คือแข็งก็คือแข็ง อากาศธาตุซึ่งแทรกขั้น  ก็เป็นอากาศธาตุฉันใด   
            จิตที่ได้ยินก็ต่างขณะกับจิตเห็นฉันนั้น
            จะพร้อมกันไม่ได้เลย    เป็นความรวดเร็วอย่างยิ่งของจิต     ซึ่งเกิดและดับ //

            ถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เนี่ยนะคะ
            ไม่ทรงแสดงหนทางไว้เนี่ย
            ก็จะไม่มีใครสามารถที่จะรู้ความจริงว่าขณะเนี่ย  ทุกอย่างที่มีเพราะเกิดและก็ดับ

            ถ้าไม่เกิดสืบต่อ  สิ่งนั้นก็จะไม่ปรากฎ
            แต่ถ้าปรากฎสืบต่อซ้ำๆกัน ก็ปรากฎ       เหมือนเป็นสิ่งเดียว 
            แต่ความจริงไม่ใช่สิ่งเดียวเลย
            เอามาย่อยออกทั้งนามธรรมและรูปธรรมเนี่ย  ละเอียดยิบเลยค่ะ
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
บรรยายโดย อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์
เขียนโดย
: รู้ไว้มีสุข


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: