Skip to content
23/10/2010 / รู้ไว้มีสุข (กิ๊ก)

สังคหวัตถุ ๔, ธรรมในชีวิตประจำวันที่ทุกคนควรมี ควรปฏิบัติ, ทาน, ปิยะวาจา, อรรถจริยา, สมานัตตา คือ สังคหวัตถุ 4, เป็นธรรมในชีวิตประจำวันที่ควรปฏิบัติ, ความดีทำดี

สังคหวัตถุ ๔
ปกิณณกธรรม  ตอนที่ 21  เวลา 17.19 นาที

ผู้ถาม    เอ่อ   ปกติแล้วเนี่ยเมื่อพูดถึงกุศล ก็มักจะมุ่งไปในเรื่องของวัตถุทานเป็นสำคัญ // แต่ทีนี้ในกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุทานเนี่ย // กุศลอย่างอื่นที่พอจะมาเป็นการประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติเนี่ย  ก็คิดว่าน่าจะมีธรรมะส่วนอื่นด้วย // สังคหวัตถุ ๔  ซึ่งเป็นกุศล  ทั้ง 4 ประการ // ก็อยากจะขอความกรุณาท่านอาจารย์ได้ มีคำอธิบาย

อ.สุจินต์  ค่ะ  ต้องสนทนาธรรม  ถ้าจะเป็นเรื่องสังคหวัตถุก็สนทนาเรื่องสังคหวัตถุ  ต้องแปลคำนี้และก็ต้องอธิบายว่า คืออะไร  ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่มีใครเข้าใจ // สังคห ( อ่านว่า  สัง – ขะ – หะ ) ก็คงจะเหมือนกับคำว่า สงเคราะห์  ที่เราใช้ในภาษาไทยนะคะ // วัตถุ  ในภาษาบาลีเนี่ยค่ะ ใช้คำนี้บ่อยๆ  เป็นเรื่องหรือเป็นสิ่ง  หรือเป็นหัวข้อ หรือเป็นธรรมะใดๆก็ตามนะคะ จะใช้คำว่าวัตถุ เพราะฉะนั้นสังคหวัตถุ ก็เป็นธรรมะที่สงเคราะห์ หรือช่วยในการที่จะให้ทุกคนมีความสุขในชีวิตประจำวัน  ซึ่งก็มี ๔ อย่าง ได้แก่
                                1.
ทานะ  การให้ ๑
                                2.
ปิยวาจา  คำพูดที่น่าฟัง ๑ และก็
                                3.
อรรถจริยา  การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ๑ และก็
                                4.
สมนัตตตา  การมีตนเสมอ ๑
                ๔ อย่างนี้ก็คงจะทำให้เรามีความสุขได้จริงๆ  ถ้าเราเป็นผู้ที่มีสังคหวัตถุนะคะ  แล้วก็คนอื่นที่ได้รับสังคหวัตถุจากเรา เช่น

                ทานะ การให้  การให้เนี่ยเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ // การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนอื่น // ให้ได้ทั้งหมดเลย  เป็นสิ่งของเล็กๆน้อยๆก็ได้  เป็นวิชาความรู้ก็ได้  เป็นคำแนะนำก็ได้ // ขณะใดที่มีจิตใจเป็นกุศล แล้วก็ให้สิ่งซึ่งตนสามารถจะให้กับคนอื่นได้ // ถ้าเป็นคนที่มีความสามารถนะคะ ก็สามารถที่จะสอน หรือว่าถ่ายเทความรู้นั้นให้คนอื่น ขณะนั้นก็เท่ากับให้สิ่งที่เป็นประโยชน์เหมือนกัน แม้ว่าจะไม่ใช่วัตถุทาน  แต่การให้ความรู้ความสามารถกับคนอื่นก็เท่ากับว่า เราสละสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่น แล้วคนที่ได้รับเนี่ยค่ะ ก็จะต้องมีความดีใจมาก // เพราะฉะนั้นไม่ใช่การหวงแหน  ความรู้ หรือว่า // อย่างสมัยก่อนนั้น พอใครทำอะไรเก่งก็ไม่ยอมบอกใครเลย ก็คิดว่าคนอื่นจะทำ อาจจะไปเป็นอาชีพหรืออะไรก็ได้ // แต่จริงๆแล้วให้ไปเถอะค่ะ เพราะเหตุว่า ใครจะได้รับอะไรในชีวิตนั้นก็ขึ้นอยู่กับบุญกรรมที่ได้ทำแล้วทั้งนั้น // ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่า เราไปบันดาลให้  แต่ว่าต้องอาศัยกรรมของเค้าที่ได้ทำนั่นเอง // เพราะฉะนั้นสำหรับในเรื่องของทาน การให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ // มีข้อสงสัยไหมค่ะ // ให้ได้ทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์  วัตถุ  เสื้อผ้า  อาหาร  ความรู้  ความสามารถ  ที่จะช่วยให้คนอื่นได้รับสิ่งที่เป็นประโยชน์นั้น  เป็นสิ่งที่ดี ทั้งผู้ให้และผู้รับ

                สังคหวัตถุที่ ๒
 ก็คือ ปิยะวาจา  คำพูดที่น่าฟัง  เป็นสิ่งที่สำคัญมากนะคะ คำพูดเนี่ย // อย่างที่โบราณว่า ปากเป็นเอก เลขยังเป็นรองนะคะ คือเป็นโท // นี่ก็แสดงให้เห็นว่า ความสุขของเราในวันๆหนึ่งเนี่ย  จะขึ้นอยู่กับ คำที่เราได้ยินได้ฟังเนี่ย มาก // ถ้าเราได้ยินคำที่น่าฟังนะคะ  ทำให้เรามีกำลังใจ  ทำให้เรารู้สึกสบายและก็อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเนี่ย  ก็เป็นสิ่งที่ดี  เพราะว่าบางคนอาจจะมีความท้อแท้ด้วยโรคภัย  หรือว่าอาจจะมีความท้อแท้ในเรื่องปัญหาชีวิต  หรือว่า  ความน่าเบื่อหน่ายต่างๆ เศรษฐกิจ รถติด อะไรก็ตามแต่นะคะ  ก็เป็นความท้อแท้ได้ทั้งหมด // แต่ถ้าเราสามารถมีปิยะวาจา คือ คำที่ทำให้คนอื่นเนี่ย มีกำลังใจ สบายใจขึ้น อันนั้นก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ // เพราะฉะนั้นถ้าเราเคยเป็นคนที่พูดไม่น่าฟังนะคะ และก็บางคนก็อาจจะรู้สึกตัว แต่ก็ช้าไปแล้ว เพราะว่าติดนิสัย เคยใช้คำพูดอย่างนั้นบ่อยๆ // แต่ถ้าได้ฟังถึงประโยชน์ของปิยวาจาเนี่ยค่ะ เราก็จะเห็นจริงว่า  แทนที่เราจะพูดอย่างนั้นเนี่ย  เราพูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ และก็ประโยชน์ก็มีมากกว่าด้วย // คือขณะนั้นจิตใจของเราก็เป็นกุศล แล้วคนฟังก็สบาย // มีคำพูดที่ฟังกันสบายทั้งวันเนี่ย ก็คงจะดีกว่าได้ยินคำ ซึ่งฟังแล้วก็ไม่สบายใจนะคะ // เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นสิ่ง ซึ่งสงเคราะห์ให้เราอยู่ด้วยความสุขในวันๆหนึ่ง

                สังคหวัตถุที่ ๓
  ก็คือ  อรรถจริยา  การประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือคนอื่นนั้นเอง นะคะ เล็กๆน้อยๆนิดๆหน่อยๆ ก็มีน้ำใจ // ที่โต๊ะอาหารยื่นอาหารให้ รินน้ำให้ ยกข้าวให้ หรืออะไรก็ตามแต่ // เห็นใครทำอะไร ของตกเนี่ยค่ะ เก็บให้เลย // นั่นก็คือการกระทำสิ่งที่มีประโยชน์ // นี่ก็แสดงให้เห็นว่า  สิ่งที่เราประพฤติในชีวิตประจำวันที่เป็นประโยชน์นั้นมี // ถ้าเรารู้ว่าขณะนั้นเป็นกุศลจิตแล้วก็  ถ้าใครประพฤติอย่างนั้นกับเรา  เราก็ชอบ  แล้วในขณะเดียวกัน  ถ้าเราสามารถจะประพฤติตนเป็นประโยชน์นะคะ // เพราะว่าชีวิตวันหนึ่งวันหนึ่งก็ล่วงไป  ทีละขณะ  ทีละขณะจริงๆค่ะ  เรียกกลับคืนมาไม่ได้เลย // แต่เราได้รับประโยชน์อะไรจากชีวิตขณะหนึ่งที่ล่วงไปแล้ว // นี่แสดงให้เห็นว่า  เราเสียเวลากับชีวิตที่เป็นอยู่โดยไม่ได้อะไรเลยเนี่ยมาก  ขณะหนึ่งก็ผ่านไป ขณะหนึ่งก็ผ่านไป ขณะหนึ่งก็ผ่านไป ได้อะไร จากแต่ละขณะที่ผ่านไป // ถ้าเป็นสิ่งที่ดีเป็นกุศลนะคะ  เป็นประโยชน์มาก เพราะเหตุว่าขัดเกลาจิตใจของเราให้เบาบางจากการเป็นคนเห็นแก่ตัว เป็นคนโลภมาก เป็นคนโกรธมาก มาเป็นผู้ที่สามารถจะเสียสละประโยชน์ของเราเองด้วยการช่วยเหลือคนอื่น  นี่ก็เป็นอรรถจริยา

               
ประการสุดท้ายก็คือ  สมานัตตา  การมีตนเสมอ  การมีตนเสมอที่นี่มักจะมีปัญหาเสมอนะคะ  ว่าจะเสมอกันได้อย่างไง // มีนาย  ลูกจ้างกับนายจ้าง  และก็มีพี่กับน้องบ้าง มีพ่อกับแม่บ้าง มีฐานะตำแหน่งในราชการต่างๆกันบ้าง หรือคนในบ้านของเราเอง  ก็มีผู้รับใช้ช่วยเหลือบ้าง แล้วจะเสมอกันได้อย่างไง // แต่ตามความจริงนะคะ  การเสมอที่เนี่ย  ควรจะเป็นเสมอในคุณธรรม ไม่ใช่ในสิ่งที่เรามองจากวัตถุภายนอก // แต่ว่าจริงๆแล้วเนี่ยนะคะ  ถ้าเราเป็นผู้ที่เข้าใจทุกคนเหมือนกับที่เราเนี่ย เข้าใจเราเอง  ว่าเราก็ต้องการมีความสุข  และก็ไม่ชอบมีความทุกข์  คนอื่นต้องเหมือนกันหมดเลย ในบ้าน ไม่มีใครต้องการความทุกข์ // เพราะฉะนั้นเราเกิดมาเนี่ย  อาจจะต่างกันในชาตินี้นะคะ  โดยสภาพฐานะความเป็นอยู่ หรือว่า โดยความรู้ โดยศัพท์ ตระกูล  หรืออะไรๆก็แล้วแต่ // แต่จริงๆแล้วทุกคนมีใจที่เหมือนกัน  คือ มีโลภะ  ก็โลภะชนิดเดียวกัน ชอบในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในสิ่งที่กระทบสัมผัส  มีโทสะ มีความขุ่นใจก็เหมือนกัน // เพราะฉะนั้น จะว่าไปแล้วไม่ต่างกันนะคะ  นอกจากความคิดของเรา  ซึ่งถือว่า สิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่ง // ซึ่งถือว่า  นายจ้างลูกจ้าง  อะไรอย่างนี้เป็นต้น // แต่ตามความจริง  ถ้าเราเข้าใจชีวิตแล้ว  ทุกคนเหมือนกันเท่ากันคะ  โลภะก็เหมือนกัน  โทสะก็เหมือนกัน  สุขก็เหมือนกัน  ทุกข์ก็เหมือนกัน // ถ้าเรามีความเข้าใจอย่างนี้จริงๆนะคะ  เรามีใจเสมอ  ไม่มีการยกตน  หรือว่าข่มคนอื่น  หรือว่าดูหมิ่นดูถูกใครเลย // และถ้าเราสามรถที่จะเข้าใจใครได้  ด้วยความจริงใจ มีความเป็นมิตร มีตนเสมอจริงๆ ไม่มีการสูงต่ำในใจนะคะ อย่างนั้นก็จะทำให้คนที่อยู่ใกล้เราเนี่ยค่ะ  มีความสุข // แน่นอนที่สุด  คือ  เค้าทำงานให้เราด้วยความรักเรา  แล้วเราก็  ไม่ใช่ว่า  ถือว่าเค้าทำงานให้เราโดยที่ว่า เค้าได้เงินจากเรา // แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเพื่อนมนุษย์ เป็นคนที่เกิดมาร่วมกัน และก็มีสุขทุกข์ร่วมกัน  อันนี้ก็คือ สังคหวัตถุ ค่ะ
บรรยายโดย อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์
เขียนโดย : รู้ไว้มีสุข

คลิกที่นี่ –> เว็บไซต์บ้านธัมมะ

About these ads

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: